ทำคาง ปัญหาใบหน้ากลม คางสั้น เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความมั่นใจ บุคลิกภาพของหลาย ๆ ท่าน ปัจจุบันการเสริมคางที่ได้รับความนิยมมีทั้งการผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนและการฉีดสารเติมเต็มแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปแต่ปัญหาส่วนใหญ่ของการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) นั้นมักจะสลายไม่หมด ติดเป็นพังผืดที่เนื้อเยื่อของร่างกาย ในบางรายทำให้คางบุ๋ม การผ่าตัดเสริมคางโดยใช้ซิลิโคนนั้นไม่ได้อันตรายและเจ็บอย่างที่หลาย ๆ ท่านรู้สึก ด้วยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยทำให้การผ่าตัดเสริมคางในปัจจุบันนั้นแผลเล็ก หายเร็ว ไม่ได้อักเสบหรือช้ำอย่างที่หลาย ๆ ท่านกังวลซิลิโคนแท่งเป็นวัสดุที่ได้การยอมรับในวงการศัลยกรรมความงาม ว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกาย การเสริมโดยใช้ซิลิโคนแท่ง มี 2 แบบการศัลยกรรมคางจากด้านในช่องปาก เปิดแผลด้านในปาก ตรงบริเวณของเหงือกกับริมฝีปากล่างซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูง เพราะจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด เพราะการทำผ่าตัดในช่องปาก ความยาวของแผลประมาณ 2 cm หลังจากนั้น ก็จะแยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา ทำคาง.

ทำคาง2

ทำคาง แล้วจึงจะวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีตรงตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นก็เย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี และกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างที่คลินิกค่ะเป็นการผ่าตัดหัตถการแบบเล็ก ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดไม่นาน จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้ยาสลบค่ะ แถมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยดังนั้นการที่จะมีใบหน้าที่สวยงามนั้น นอกจากแต่ละส่วนจะต้องได้รูปร่างที่ดีแล้ว สัดส่วนนั้น ๆ ก็ต้องกลมกลืนกับส่วนอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงด้วย เช่น จมูก และคาง ที่มักจะไปด้วยกันจึงจะได้เส้นสายของใบหน้าที่สอดคล้องกัน การผ่าตัดเสริมคางและการเสริมจมูกก็เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และยังเป็นการรักษาที่ยังถือว่าเป็นมาตรฐานอยู่ อีกทั้งการดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยากมากด้วยบางครั้งสาเหตุของการคางสั้น คางบุ๋ม หรือ คางตัด เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบริเวณปลายคางทั้งสองข้างอยู่ห่างกัน เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งการแก้ไขอาจทำได้โดยทำให้กล้ามเนื้อปลายคางทั้งสองข้างนั้นเข้ามาชิดกัน การเย็บกล้ามเนื้อคางเป็นการแก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม ด้วยการเย็บกล้ามเนื้อปลายคางทั้งสองข้างเข้าหากัน โดยไม่ต้องเสริมซิลิโคน ทำคาง ทำให้คางดูยาวมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาถึงขั้นตอนวิธีการผ่าตัดเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน หลังจากที่แพทย์ได้ตรวจและอธิบายรายละเอียดรวมถึงสอบถามความต้องการและตกลงกับคุณเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็ทำให้คุณหลับด้วยยานอนหลับคุณจะได้ไม่ต้องกังวล แล้วฉีดยาชา เวลาผ่าตัดคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ จากนั้น แพทย์จะเปิดแผล ซึ่งทำได้ 2 ทาง ทางแรกคือ จากภายนอกปาก ซึ่งก็มักจะเป็นบริเวณใต้คาง แต่ความนิยมจะน้อยกว่าเพราะบางคนจะสังเกตเห็นแผลเป็นที่ใต้คางได้ อีกทางคือภายในปาก โดยเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลก็จะประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงเย็บแผลปิดด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี และกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาลเมื่อผ่าตัดแล้วเสร็จ ก็เป็นขั้นตอนของการดูแลหลังการผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดเสริมคางแล้วย่อมมีอาการบวมได้บ้าง หากต้องการให้อาการบวมลดลงก็คงต้องช่วยเหลือโดยการประคบเย็น หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3 – 4 สัปดาห์แรกการดูแลแผลผ่าตัดในปากก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะในปากจะมีน้ำลายรวมทั้งอาหารมาปนเปื้อนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากดูแลบ้วนปากและระมัดระวังทานอาหารอย่าให้แข็งมากก็จะทำให้แผลหายได้เร็วขึ้นและไม่เกิดการอักเสบ
หลังจากนั้น เวลาผ่านไปประมาณ 1-2เดือน อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและขยับเขยื้อนไม่ได้อีกต่อไป นอกจากจะโดนกระแทกอย่างแรง เช่น เอาคางจิ้มพื้น หรือโดนกำปั้นของ ไมค์ ไทสัน อันนี้หมอไม่รับรองด้วยนะครับ ทำคาง.