ตัดกราม สาวหน้าบาน กรามใหญ่ ร่องแก้มลึก ตีนกาโผล่ รอยย่นถามหา ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไปแล้ว สามารถปรับรูปหน้า ลดกรามใหญ่ โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด เพียงแค่ ตัวเดียวก็ช่วยเพิ่มความสวย แบบมั่นใจให้กับสาวๆได้แล้วผู้เชี่ยวชาญนวัตกรรมความงาม ฟิลเลอร์ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามากกว่าพันรายตลอดจนเหล่าดารา เซเลปมากมายเข้าใช้บริการ และยังเป็นคลินิกที่รู้ใจ ซึ่งคุณโบ ชญาดา และคนใกล้ชิด มารับบริการเป็นประจำอีกด้วย โดดเด่นด้วยแพทย์ที่มีความชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และมีศิลปะในการออกแบบใบหน้า โดยใช้เทคนิคการฉีดแบบใหม่ เพื่อเน้นผลการรักษาทุกมิติทุกมุมมอง โดยยกกระชับ ปรับโครงหน้าไปพร้อมๆ กับการลดเลือนริ้วรอย ให้คุณงามเป็นธรรมชาติมากที่สุด นอกจากนี้เมโกะ คลินิกยังเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ผ่านมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในประเทศไทย เชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัย 100%.

ตัดกราม
เข้าเรื่องกันเลยนะครับ จากประสบการณ์สิบกว่าปีที่ทำความงามมาหมอเคยฉีดโบท็อกซ์ลดกรามมาก็ค่อนข้าง เยอะ สมัยก่อนคนไม่นิยมทำกันมากขนาดนี้ หลังจากเทรนด์ความงามจากเกาหลีเข้ามาในไทย ดาราเกาหลีส่วนใหญ่หน้าเรียวเล็ก ตัดกราม เท่าฝามือกัน(ทำนิ้วกางๆด้วยนะครับ)ทำให้ หลายคนอยากหน้าเรียวเล็กเหมือนดาราเกาหลีบ้าง สมัยก่อนหมอจะแนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามปีละครั้งต่อเนื่องกัน 2-3 ครั้งเพื่อ ให้หน้าเรียวเล็ก แต่ปัจจุบันหมอความงามจะแนะนำให้ฉีดโบท็อกซ์ลดกราม 3 ครั้งต่อเนื่องกัน ใน1ปี(ครั้งแรก,เดือนที่ 3,เดือนที่ 8)เพื่อ ให้หน้าเรียวเล็กมากๆ บางคนหน้าเล็กมากจนจะมองไม่เห็นหน้าอยู่แล้วก็ยังอยากฉีดให้เล็กลงอีก(ไม่ กลัวคนมองข้ามหน้าข้ามตากันเลยรึไง…อืมม)บ่อยครั้งที่หมอพยายามถามว่าฉีด มากี่ครั้งแล้ว?ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่? คำตอบที่ได้รับมาคือฉีดมาเรื่อยๆทุก2-3เดือนทั้งหมอคลินิกและหมอกระเป๋า บางคนก็นิยมหมอกระเป๋าล้วนๆ(นั่น!ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่า… หมอกระเป๋าเป็นใคร ทำไมดังจังเลยแฮะ?) และบางครั้ง หลังจากฉีดเสร็จแล้วหมอยังไม่รู้ว่าควรจะนัดมาทำครั้งต่อไปเมื่อ ไหร่ดี เพราะฉีดมาบ่อยมากจนไม่รู้ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว สุดท้ายได้แต่ตอบไปว่า”คลำได้ก้อนแข็งๆเมื่อไหร่ก็ครับทำได้อีกโดยสารโบทูลินั่มจะยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อกรามทำให้ไม่สามารถหดตัวได้ เหมือนปกติ (เหมือนเป็นอัมพาตชั่วคราว) เมื่อหดตัวไม่ได้นานๆประมาณ 2-4 สัปดาห์ กล้ามเนื้อมัดนี้ก็จะลีบเล็กลงไป สังเกตนิดนึงจะเห็นว่ากล้ามเนื้อมัดนี้จะยึดจากกระดูกขากรรไกรล่างและบนเข้า ด้วยกัน เวลาเราเคี้ยวอาหารกล้ามเนื้อมัดนี้ก็จะหดตัวดึงเข้าหากันเพื่อเคี้ยวบด อาหาร เพราะฉะนั้นถ้าเราชอบเคี้ยวของแข็งๆหรือเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆกล้ามเนื้อมัด นี้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆจนหน้าเราเป็นเหลี่ยม ถ้าเราเคี้ยวข้างเดียวบ่อยๆเหลี่ยมซ้ายขวาของเราก็จะไม่เท่ากัน สรุปคือหน้าเบี้ยวนั่นเอง!หมอกล้าฟันธงได้เลยว่าทุกๆคนหน้าเบี้ยวเพราะเรา ถนัดเคี้ยวข้างเดียว(แม่นแบบหมออ้วนฟันธง!) ลองหยิบกระจกเงาขึ้นมาส่องดูสิครับแล้วเราจะเห็นว่าหน้าซ้ายขวาของเราไม่ เท่ากัน…วิธีแก้ไขคือ…ข้างไหนเล็กเคี้ยวข้างนั้นแบบไม่มีข้อแม้นะครับ ในคนที่กรามสองข้างไม่เท่ากันหมอจะฉีดโบท็อกซ์ในกรามข้างที่ใหญ่มากกว่า และต้องไม่ลืมว่าเคี้ยวข้างที่เล็กกว่าเสมอๆด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นหน้าเบี้ยวหนักกว่าเดิมอีกขอบอก (หมอซวยเลยเพราะโดนด่าตามเคย) บางคนอาจจะเคยไปฉีดโบท็อกซ์ลดกรามมาแล้วแก้มตอบมากจนดูโทรม อันนี้ต้องบอกว่ามันเป็นศิลปะของคุณหมอแต่ละท่านที่ จะมองวิเคราะห์พิจารณาสภาพรูปหน้าและผลที่จะเกิดขึ้นหลังฉีดลดกราม เพราะแต่ละคนรูปโครงหน้าไม่เหมือนกันเลยครับ ดังนั้นจะฉีดเหมือนกันในทุกคนและปริมาณเท่าๆกันคงไม่ดีแน่ๆครับ หมอแนะนำว่าลองเข้าไปสอบถามก่อน เมื่อได้พูดคุยกันสักพักก็จะพอเห็นแววศิลปินของแต่ละท่านในการวิเคราะห์รูป หน้าของเรา หากจะไม่พูดถึงข้อเสียหรือผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเลยก็จะเหมือน เห็นเหรียญข้างเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการจะได้รูปหน้าเรียวเล็กแบบเกาหลีต้องแลกมาด้วยหลายอย่างดัง นี้ครับ ตัดกราม.